สมัยปัจจุบันยาชาครีมเป็นที่นิยมใช้กันมากมาย เพราะเหตุไรช่างสักถึงต้องการใช้

ยาชา

เกี่ยวกับงานสักคิ้วในสมัยปัจจุบัน ได้รับความชอบมากมาย ก็เนื่องด้วยมียาชาครีมช่วยเพื่อที่จะป้องกันไม่ให้เจ็บปวด ซึ่งยาชาแบบที่เป็นครีม อาจเป็นชื่อที่ใครหลายคนไม่ค่อยคุ้นเคยสักเท่าใด แต่ถ้าว่าหากบอกว่ายาชาเฉยๆอาจจะได้ฟังจนชินเลยล่ะตามโรงหมอโดยทั่วไป ไม่ก็ตามร้านหมอฟัน ซึ่งโดยเจ้าครีมยาชานี้ไม่ได้มีขายตามท้องตลาดให้บุคคลโดยทั่วไปได้ลองซื้อหาไปป้ายเล่นกันนะ แต่ถ้าว่าจำต้องสั่งซื้อหาตามอินเทอร์เน็ตโดยทั่วไป การที่คนส่วนมากไม่ทราบก็ไม่แปลกมากนัก ซึ่งก็ยังมีคนอีกหน้าที่หนึ่งที่จำเป็นจะต้องอยู่คู่กับยาชาครีมเสมอเหมือนหมอฟันที่จำเป็นใช้ยาชาก่อนทำฟัน โดยการทำงานนั้นก็คือ ช่างสักคิ้วสามมิติ

ตามร้านสักลาย โดยทั่วไป เป็นแน่ว่าพวกเขาทั้งหลายจำเป็นใช้ยาชาแบบครีมอย่างหนักเลยล่ะเหมือนทันตแพทย์ที่จะต้องใช้ยาชา เราอาจกลัวทำฟันชัวร์ถ้าหากเรามิได้รับการฉีดยาชาหรือไม่ก็ป้ายยาชา ร้านสัก Tattoo โดยทั่วไปก็เช่นกัน แน่นอนว่าในอดีตกาลที่เรายังชาชินกับภาพพร้อมทั้งเสียงคำกล่าวที่ว่า การสักคืออะไรที่เจ็บปวดนักหนา จึงเป็นเหตุให้คนส่วนมากไม่ประสงค์ไปสักกันเสียเท่าไหร่ ส่วนมากแล้วก็จะมีแต่รุ่นใหญ่ไม่ก็มีแต่คนที่หลงใหลในความสวยงามของรอยสักโดยไม่กลัวเกรงกับความเจ็บปวด แต่ถ้าว่าในยุคปัจจุบันการสักลายได้รับความชื่นชอบกันเพิ่มขึ้นโดยยาชาแบบที่เป็นครีม รวมทั้งกระแสมากมายของการสักตัวเล็กๆน่ารักเป็นที่แพร่สะพัดเพิ่มมากขึ้น ทำเอาใครหลายๆคนนั้นต้องการทำการสัก การรับการสักลายเล็กๆตามบริเวณทั่วไปของเนื้อตัว บุคคลส่วนมากที่มารับการสักมักเลื่อกที่จะใช้ยาชา ทั้งที่การสักจะเป็นบริเวณเล็กมากแแต่ว่าการใช้ครีมยาชาก็เพื่อที่จะให้ไม่เจ็บ ช่างสักลายจักทำการใช้ยาชา ทาลงแนวบริเวณที่จะสักก่อน ซึ่งแน่นอนมักเป็นแนวบริเวณที่ไวต่อผิวสัมผัส ขณะยาชาแบบครีมออกฤทธิ์แล้วก็จะลงมือสักต่อไป

ท่านที่มาสักลาย บางแก๊งก็ไม่ได้ทำการสักเพราะความสวยงามเพียงนั้น บางกลุ่มก็มาเพ้นท์คิ้วเพื่อจะลดปมด้อยพร้อมทั้งมาเติมจุดเด่นให้กับตัวเอง ครั้นร้านทำการสัก Tattoo นิยมใช้ยาชาครีมกันเพิ่มขึ้นแล้ว เป็นเหตุให้การเพ้นท์คิ้วสามมิติได้รับค่านิยมที่เพิ่มมากขึ้นเหมือนกัน ซึ่งช่างสักจะทำการทายาชาไว้ขอบเขตบริเวณทรงคิ้ว เฝ้าคอยกระทั่งยาชาจะออกฤทธิ์ถึงเริ่มทำการเพ้นท์คิ้ว ซึ่งโดยจะช้าหรือไม่ก็เร็วขึ้นกับเส้นขนว่าจะมากหรือน้อยและขึ้นอยู่กับความหนาของผิวอีกด้วย ยิ่งหนามากก็ยิ่งยาวนาน แต่กระนั้นโดยปกติก็จะเคลือบทิ้งไว้ไม่เกิน หนึ่ง ชม ช่างสักตัวก็สามารถเปิดฉากปฏิบัติงานได้ ซึ่งโดยปัจจุบันนี้นั้นยาชาครีมมีสูตรยอดเยี่ยม สามารถสักสีติดได้ง่ายกว่ายาชาแบบที่เป็นครีมแบบแต่ก่อน และแน่แท้ว่าถ้าหากคุณหวั่นกลัวเจ็บไม่ก็กำลังตกลงใจในกรณีการรับการสัก บอกกล่าวได้เลยว่าไม่ต้องหวั่นเกรงอีกต่อจากนี้

เคล็ดลับการกรีดอายไลเนอร์ให้เข้ากันกับรูปตา

kohl-eyeliner

kohl-eyeliner

อายไลเนอร์ ถือว่า-คือ-ไอเท็ม-สำหรับสาวๆ ที่ชอบ-เพิ่ม-ความสวยให้กับใบหน้า และวันนี้เราก็มีเคล็ดลับการกรีดอายไลเนอร์ให้เข้ากับรูปตาแต่ละแบบมาฝากกันค่ะ

1.อายไลเนอร์ ชนิดพู่กัน
อายไลเนอร์ปลายพู่กันจะมีสภาพ-คล้ายปากกาเมจิก ที่ใช้งานง่ายมากๆ เหมาะสม-ของสาวๆ ที่มีตาเรียวยาว เพราะอายไลเนอร์ประเภทนี้จะช่วยเน้นกรอบตาให้ชัดเจน หากเขียนซ้ำหลายทีๆ รับรองว่าเส้นตาจะหนาชัดเจนสะใจแน่นอนค่ะ

2.ลิขวิดอายไลเนอร์
หรืออายไลเนอร์ชนิดน้ำนั่นเอง อายไลเนอร์ชนิดนี้เหมาะ-ของสาวๆ ที่มือโปรแล้วและเหมาะกับสาวๆ ที่มีดวงตากลมโต เพราะปลายที่แหลมเล็กและเส้นที่ออกมาชัดเจน หนาทึบ จะช่วยขับให้ดวงตาของเรากลมโตและเด่นขึ้นไปอีก หรือจะตวัดหางอีกนิดหน่อยก็จะได้ลุคสาวเปรี้ยวโฉบเฉี่ยวแล้วล่ะ และเดี๋ยวนี้มีอายไลเนอร์ประเภทผสมไฟเบอร์ที่ทำความสะอาดออกง่ายมากๆ เพียงแค่แตะด้วยน้ำก็จะลอกออกมาเป็นเส้นๆ เลยล่ะ

3.อายไลเนอร์ เนื้อเจล
เหมาะ-สำหรับสาวที่ชอบแต่งตาประเภท-คมเข้ม ด้วยความที่เป็นเนื้อเจลจึงทำให้เส้นอายไลเนอร์นั้นหนา แถมคมเข้มสะใจอีกด้วย

4.อายไลเนอร์แบบดินสอ
เหมาะสมสำหรับสาวๆ มือใหม่หัดเขียน หรือสาวๆ ที่ไม่ค่อยมั่นใจในฝีมือการตกแต่งของตัวเอง เพราะเขียนง่ายและแก้ได้ง่ายด้วย แต่ข้อเสียของมันก็คือ เส้นที่ได้จะไม่ค่อยเด่นชัดเท่าไร และค่อนข้างเขรอะง่ายเมื่อเวลาเหงื่อออกด้วย แถมต้องเหนื่อยออกแรงเหลาให้ปลายหัวคมอีกต่างหากแหน่ะ

ไม่ยากเลยใช่ไหมคะ กับการกรีดอายไลเนอร์ให้เหมาะสมกับดวงตา เพราะฉะนั้นเรามาแต่ง-ดวงตาของคุณให้ดูสวยงามกันดีกว่าค่ะ

เคล็ดลับเลือกสรรมอยซ์เจอร์ไรเซอร์ให้เข้ากับผิวหนังแต่ละแบบ

Natural beauty

Natural beauty

การบำรุงผิวหนังด้วยมอยซ์เจอร์ไรเซอร์ก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งขั้นตอนที่สำคัญของการมีผิวหนัง-งามใสสุขภาพดี เพราะในฤดูต่างๆ ที่ผิวหนังสาวของเราต้องเจอกับมลพิษที่แทบไม่ซ้ำกันเลย ก็ย่อมทำให้ผิวหนังของเราต้องพบกับปัจจัยที่เป็นตัวการทำให้ผิว-หมดสภาพได้อยู่ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นการบำรุง-ผิวด้วยมอยซ์เจอร์ไรเซอร์จึงเป็นคำตอบที่ดีเยี่ยมในการฟื้นฟู-ผิว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การเลือกมอยซ์เจอร์ไรเซอร์ให้เหมาะกับสภาพผิวก็ยังเป็นสิ่งจำเป็นที่เราจะต้องเรียนรู้ให้ดีก่อนจับมาใช้ มาดูกันเลยดีกว่าค่ะว่า ผิวของเราจะเหมาะสมกับมอยซ์เจอร์ไรเซอร์แบบไหนกัน
1.มอยซ์เจอร์ไรเซอร์สำหรับสาวผิวมัน
สาว ๆ ที่มีผิวหนังมันควรบำรุง-ผิวหนังในหน้าร้อนด้วยมอยซ์เจอร์ไรเซอร์แบบ water-based ของ-ผิวมันจะดีที่สุดค่ะ เพราะเป็นมอยซ์เจอร์ไรเซอร์ที่สามารถเพิ่มน้ำให้ผิวหนังได้โดยปราศจากความมัน จึงไม่ทำให้หนักหน้าและไม่ทำให้ผิวหนังของเรามันมากขึ้นอีกด้วยล่ะ
2.มอยซ์เจอร์ไรเซอร์สำหรับสาวผิวแห้ง
สาวๆ ที่มีผิวแห้งนั้น เรียกได้ว่าต้องการความสดชื่นในฤดูร้อนเป็นพิเศษ เรียกว่าเป็นผิวหนังที่อยากน้ำที่สุดก็ว่าได้ เพราะฉะนั้นจึงควรดูแลสมดุลของผิวชั้นบนไม่ให้แน่น ด้วยการใช้มอยส์เจอไรเซอร์สูตร oil-based ที่จะช่วยเติมน้ำให้ผิวหนัง และมีออยล์คอยเคลือบใบหน้าเอาไว้ ทำให้ผิวของเราเจิดจรัสแลดูสุขภาพดีมากขึ้น และที่จำเป็นที่สุดคือ เราต้องเลือกใช้มอยส์เจอไรเซอร์ที่ไร้แอลกอฮอล์โดยเด็ดขาด เพราะมันจะยิ่งทำให้ใบหน้าของเราเสียน้ำและแห้งมากกว่าเดิมค่ะ
3.มอยซ์เจอร์ไรเซอร์ของสาวผิวธรรมดา
สาวๆ ที่มีผิวหนังแบบธรรมดา ควรเลือกใช้มอยส์เจอไรเซอร์ชนิด water-based สูตร balancing ที่จะเพิ่มทั้งน้ำและออยล์ให้ผิวในปริมาณที่พอเหมาะ อันที่จริงแล้วสาวๆ ที่มีผิวหนัง-แบบนี้นั้นโชคดีสุดๆ เลยล่ะ เพราะเป็นผิวที่ไม่ค่อยมีปัญหาเท่าผิว-ประเภทอื่นๆ นั่นเอง
อยากดูแล-ผิวหนังด้วยมอยเจอร์ไรเซอร์ ต้องเลือกให้เหมาะกับสภาพผิวหนังของตัวเองนะคะ ทั้งนี้ก็เพื่อสุขภาพผิวหนังที่ดีและผลลัพธ์ที่มีความสามารถดีเลิศนั่นเอง

ดูแล-ทรวงอกให้เป๊ะ ด้วย สาม กรรมวิธีง่ายๆ

Breast Care

Breast Care

หน้าอกของคนเรานั้น นับว่าเป็นอีกส่วนหนึ่งของร่างกายที่มีความสำคัญและจำเป็นต้องปกป้องมากที่สุดเลยล่ะ เพราะเมื่ออายุมากขึ้น เซลล์ผิวบริเวณ-{หน้าอก|ทรวงอกจะค่อยๆ หมดสภาพ จนทำให้ทรวงอก-หย่อนยานและผิวพรรณดูเหี่ยวแห้งได้ เพราะฉะนั้นเพื่อให้ทรวงอกของเราดูเต่งตึงสวยเป๊ะอยู่เสมอ คุณควรปกป้อง-หน้าอกของคุณด้วย 3 วิธีง่ายๆ ดังนี้

1. ขัดเซลล์ผิวบ่อยๆ
การขัดผิว จะช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออกไปได้เป็นอย่างดี จึงทำให้ผิวพรรณ-ที่-ทรวงอก-มองขาวผ่องมากขึ้น แถมยังช่วยให้ทรวงอกดูเนียน-งามอีกด้วย โดยวิธีการขัดเซลล์ผิวที่ดีและเหมาะสมที่สุดนั้น ควรขัดด้วยสครับขัดผิวที่มีเยี่ยมและไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิว และที่สำคัญควรขัดสัปดาห์ละสองครั้งก็พอค่ะ เพราะหากขัดเซลล์ผิว-บ่อยเกินไป ก็อาจจะทำให้ผิวของคุณแห้งเหี่ยวได้ง่ายเช่นกัน

2. บำรุงผิวให้ชุ่มชื้นอยู่เสมอ
ไม่อยากให้ทรวงอก-หย่อนคล้อยและดูเหี่ยวย่นเร็วเกินไป คุณควรบำรุง-ผิวหนัง-ที่-ทรวงอกของคุณด้วยโลชั่นหรือครีมดูแล-ผิว-เสมอ โดยให้เลือกโลชั่นหรือครีมที่มีส่วนผสมของมอยเจอร์ไรเซอร์หรือจะเป็นแอนตี้ออกซิเดนท์ก็ได้ เพราะสารทั้งสองตัวนี้จะมีส่วนช่วยในการดูแล-ผิวหนังจากการถูกทำร้ายได้เป็นอย่างดี แถมยังช่วยให้ทรวงอก-นุ่มเนียนและกระชับมากขึ้นอีกด้วย อยากมีหน้าอกที่สวยกระชับ ก็ต้องหมั่นดูแล-ผิว-เสมอ นะคะ

3. ทาครีมกันแดดเสมอ
ใช่ว่าบริเวณหน้าอกจะไม่จำเป็นต้องทาครีมกันยูวีนะคะ เพราะถึงแม้ว่าคุณจะสวมใส่-เสื้อที่ปิดทรวงอกมิดชิด แต่รังสี UV ก็สามารถทะลุผ่านเข้าไปในเสื้อได้อยู่ดี อีกทั้งผิวหนัง-ที่-หน้าอกยังเป็นจุดที่นุ่มนวลอีกด้วย จึงทำให้ทรวงอกถูกทำร้ายจากแดดได้ง่ายนั่นเอง เพราะฉะนั้น วิธีที่ดีที่สุด คุณควรทาครีมกันแดดทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน เพื่อปกป้อง-ผิวหนังจากแดดแค่นี้ก็ไม่ทำให้หน้าอกของคุณหย่อนยานและแห้งเหี่ยวได้ง่ายแล้วล่ะ
ไม่ยากเลยใช่ไหมคะ กับการบำรุง-หน้าอกให้กระชับและสวยเป๊ะ เพราะฉะนั้นเรามาดูแล-หน้าอกของเรากันดีกว่าค่ะ

จุดดีและข้อด้อยของการเพ้นท์คิ้ว

eyebrows

eyebrows

สักคิ้วสามมิติ กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่สาวๆ เพราะจะทำให้คิ้วดูงามเด่นขึ้น แถมยังช่วยให้รูปหน้าดูงามขึ้นโดยไม่ต้องแต่งหน้ามากอีกด้วย แต่การสักคิ้วก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันไป ซึ่งวันนี้เราจะพาผู้หญิง ไปดูข้อดีและข้อเสียของการสักคิ้วสามมิติก่อนตัดสินใจสักคิ้ว 3 มิติกันค่ะ

จุดเด่น
1. ไม่เจ็บปวดหรืออักเสบ
หลายคนอาจจะยังกล้าๆ กลัวๆ ว่าการสักคิ้วสามมิตินั้น จะเจ็บหรือเกิดการอักเสบหลังจากสักคิ้ว 3 มิติแล้วหรือไม่ กล่าวได้เลยว่าไม่ปวดและไม่อักเสบแน่ค่ะ แถมยังใช้อุปกรณ์สักที่ได้มาตรฐาน จึงใช้เวลาสักเพียงแปปเดียว และไม่รู้สึกเจ็บปวดอีกด้วย แต่ทั้งนี้ก็ต้องทำตามคำเสนอแนะของแพทย์อย่างเคร่งครัดนะคะ
2. คิ้วดูงาม เหมือนคิ้วแท้
เมื่อสักคิ้วเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะพบได้เลยว่าคิ้วของคุณจะดูงามเหมือนคิ้วจริงจนแยกไม่ออกเลยล่ะว่าสักคิ้วมาหรือไม่
3. สีคงทน ไม่ซีดได้ง่าย
หากคุณกำลังวิตกกังวลว่าสีที่สักคิ้วนั้นจะซีดจางลงจนดูไม่เป็นธรรมชาติหรือไม่ บอกได้เลยว่าไม่ต้องพะวงเลยค่ะ เพราะสีที่ใช้สักคิ้วนั้นจะมีความแข็งแรงมาก จึงมั่นใจได้เลยว่าไม่ซีดแน่นอน

สิ่งบกพร่อง
1. มักจะเกิดปัญหา เมื่อสักซ้ำ
โดยปกติแล้ว การสักคิ้ว 3 มิติจะเหมาะกับคนที่ยังไม่เคยสักคิ้วมาก่อน เพราะหากไปสักคิ้วสามมิติซ้ำอีกอาจจะทำให้แล-ย่ำแย่และสีคิ้วซีดง่ายนั่นเอง
2. ความทนทานของลายเส้น ขึ้นอยู่กับคนแต่ละคน
ความทนของลายเส้นที่สักคิ้วนั้นจะขึ้นอยู่กับคนแต่ละคนว่าจะมีความทนทานนานแค่ไหน นอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับโครงหน้าของแต่]tมนุษย์ด้วยนะคะ คือถ้าหากรูปหน้าของคุณดูอวบขึ้น ก็อาจจะทำให้คิ้วดูแตกต่างไปด้วยนั่นเอง